บทที่ 1 บทนำ
"น้องมิลค์หันมาทางนี้หน่อยครับ... สวยครับสวยมาก"
"น้องมิลค์ครับเดินมาด้านหน้ารถหน่อยครับ นั่นแหละครับ ดีเลย"
แชะ! แชะ! แชะ!
ช่างภาพหลายคนรายล้อมอยู่รอบตัวฉัน และรถคันที่ฉันยืนโพสท่าอยู่
ฉันโพสท่าตามที่บรรดาช่างภาพขอ โดยที่ไม่มีอิดออด ไม่ว่าจะออกมาเซ็กซี่ ยั่วยวนขนาดไหนฉันก็ทำได้หมด ถ้าผู้ว่าจ้างจ่ายหนักอะนะ!
"น้องมิลค์นั่งพิงกระโปรงรถ ขาไขว่ห้างนิดหนึ่งครับ อ่า แอ่นหน้าอกลงมาหน่อยครับ อ่า ใหญ่ เอ๊ย สวยมากครับ"
เป็นธรรมดาที่ฉันจะได้ยินพวกช่างภาพเผลอหลุดปากชมเรือนร่างของฉัน
ก็แหม สูง ขายาว ผอมบาง แต่หน้าอกหน้าใจกลับใหญ่ขนาดคัพอี ไหนจะสะโพกผายรับกับเอวคอดนี่อีก
ใครๆ ก็ชื่นชอบหุ่นฉันกันทั้งนั้นแหละ
"ยั่วยวนเก่งดีหนิ ถึงว่าสิคุณโชคถึงได้ติดอกติดใจเธอนัก"
"คุณรัศมี คุณพูดจาให้ดี ๆ หน่อยนะคะ ติดอกติดใจอะไรของคุณ"
คุณรัศมีเดินเข้ามายืนประกบคู่ฉัน เธอคือเจ้าของโมเดลลิ่ง ที่คอยป้อนงานให้ฉัน และฉันมักจะได้แต่งานดีๆ ถึงจะไม่ได้รับงานบ่อย แต่ว่าแต่ละงานสร้างชื่อเสียงให้ฉัน จนฉันกลายเป็นพริตตี้อันดับต้นๆ ของประเทศ
"ฮึ! ทุกคนรู้ไหมคะ ว่าน้องมิลค์ที่ทุกคนชื่นชอบและเรียกร้องให้ออกงานเนี่ย เธอโด่งดังมาได้ยังไง"
"นี่คุณรัศมี คุณพูดบ้าอะไรของคุณ"
ฉันพยายามปรามคุณรัศมี แต่ก็ไม่เป็นผล เธอหันมาฉันตาขวางก่อนจะหันหน้าไปหาบรรดาช่างภาพ และผู้คนที่กำลังให้ความสนใจอยู่ในตอนนี้
"ตอนแรกดิฉันก็นึกเอ็นดูคิดว่าน้องมิลค์เนี่ยจะไต่เต้า แต่ที่ไหนได้ เธอใช่เต้าปลอมๆ ไต่ขึ้นมา"
คุณรัศมีปรายตามองฉัน เธอเหยียดยิ้มแล้วหยิบแผ่นกระดาษรูปภาพออกมาหลายใบ
"นี่ดูสิคะ ทั้งกินข้าว เข้าร้านเครื่องประดับกับสามีดิฉัน ดูสิคะ ทุกคนดูความร่านของน้องมิลค์"
คุณรัศมีส่งรูปภาพพวกนั้นไปให้ทางช่างภาพดู ไม่เพียงแต่เท่านั้น คนของคุณรัศมีเดินแจกให้คนที่ยืนมุงอยู่ด้วย
"มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะคะ คุณรัศมี ฉันไม่เคยทำตัวอย่างที่คุณพูด คุณโชคให้ฉัน... นี่ปล่อยนะ ปล่อย"
ฉันพยายามจะอธิบายแต่การ์ดของงานกลับดึงตัวฉันออกจากตรงนั้น เข้ามาโยนที่ห้องแต่งตัว
"ปล่อยฉันดีๆ ไม่ได้หรือไง"
ฉันแว้ดใส่คนพวกนั้นแต่พวกเขากลับมองฉันนิ่ง ๆ ส่ายหัวเล็กน้อย
"เสียดายที่เคยชื่นชม"
หนึ่งในนั้นเอ่ยปากออกมา ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง
ใจดวงน้อยสั่นรัว ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาเพียงลำพัง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดดู ทั้งไลฟ์ ทั้งโพสต์ ทั้งถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว
'น้องมิลค์พริตตี้คนดังที่แท้ก็เมียน้อย'
ฉันอ่านหัวข้อโพสต์แล้วถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมหัวใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
ฉันและคุณโชคไปเจอกันที่ร้านอาหารโดยบังเอิญ ร้านเครื่องประดับคุณโชคก็ไปซื้อให้คุณรัศมี เซอร์ไพรซ์วันครบรอบในเดือนหน้า เขาไม่รู้จะเลือกอะไร ก็เลยให้ฉันช่วยเลือก แต่ทำไมถึงกลับกลายมาเป็นแบบนี้ได้
"ไอ้มิลค์ มันเกิดอะไรขึ้นวะ"
ชิชา เพื่อนสนิทของฉันวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องแต่งตัว ทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ฉัน เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
แค่เห็นเพื่อนรักนั่งอยู่ข้าง ๆ ใจที่สั่นรัวก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น
"ไม่รู้ว่ะ อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นเมียน้อย"
ฉันตอบกลับ พลางถอดเครื่องประดับต่าง ๆ ออกจากร่างกาย สภาพนี้คงทำงานไม่ได้ และเขาคงไม่ให้ทำอีกแล้ว
"ฉันดูในคลิป คุณรัศมีไม่ฟังแกเลย พอแกจะพูดเขาก็ให้คนลากแกเข้ามา แม่ง ไม่ฟังอะไรเลย"
ชิชาดูจะหัวเสียไม่น้อย เธอนั่งหน้าตึง แต่พอเห็นฉันรูดซิปที่ด้านหลังไม่ได้ ก็ลุกขึ้นมาช่วยรูดลงให้
"รีบ ๆ เปลี่ยน จะได้ไปให้พ้น ๆ จากตรงนี้"
ฉันรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่ชิชาบอก เมื่อก่อนไม่มีคนมาคอยเช็กของจากฉัน แต่ตอนนี้ยืนกันอยู่ 3คน ที่เข้ามาตรวจดูว่าฉันทำชุดเสียหาย หรือเครื่องประดับอยู่ครบหรือเปล่า
ฉันกรอกตาไปมาด้วยความรำคาญ ของมีอยู่ไม่กี่ชิ้น ตรวจกันเกือบครึ่งชั่วโมง ถึงจะปล่อยให้ฉันและชิชากลับได้
กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อเสื้อผ้าของฉันถูกเก็บใส่กระเป๋าไว้เรียบร้อยหมดแล้ว
"อะไรกันคะพี่ก้อง"
พี่ก้องคือคนดูแลคนในสังกัดของคุณรัศมี เธอยืนอยู่กลางห้องตรวจดูความเรียบร้อย
"คุณรัศมีเขา... ไล่น้องมิลค์ออกจ้ะ ห้องนี้ก็ต้องขอคืนนะจ๊ะ เพื่อที่จะให้คนใหม่เข้ามาอยู่"
หน้าฉันชาไปในทันที นี่โดนไล่ออกเลยเหรอเนี่ย ฉันกะว่าจะเข้าไปหาคุณรัศมีและพยายามอธิบาย แต่นี่ฉันไม่ได้โอกาสใดๆ เลยเหรอ
"ค่ะ"
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ และตอบกลับไป ในเมื่อเขาไม่ให้อยู่ แล้วเราจะทำอะไรได้ ฉันเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง และลากกระเป๋าเดินทาง 1ใบ อีก 1ใบชิชา ช่วยลาก
"เอ่อ น้องมิลค์จ๊ะ"
ฉันหันหลังจะเดินออกจากห้อง แต่พี่ก้องก็เรียกไว้ก่อน ฉันเลยหันกลับไปหาเขา
"ไม่ไล่มิลค์ออกแล้วใช่ไหมคะ"
"คือพี่จะบอกว่า เงินล่วงหน้าที่ทางเราจ่ายให้น้องมิลค์ไป ช่วยโอนคืนมาด้วยนะจ๊ะ เพราะงานต่อๆ ไป น้องมิลค์ก็ไม่ได้ทำแล้วอะเนอะ"
"พี่ก้องคะ คือเงินก้อนนั้นมิลค์จ่ายให้ค่ารักษาพ่อไปแล้ว พี่ก้องก็รู้นี่คะ"
ตอนนั้นฉันขอเบิกล่วงหน้ามา เพราะพ่อฉันไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาลหลายวัน เงินตอนนี้ก็เหลือแค่ที่จะจ่ายค่าเทอมของไอ้ไมค์ น้องชายฉัน และค่าเทอม เทอมสุดท้ายของฉันเอง
"พี่เข้าใจจ้ะ แต่ก็นะ น้องมิลค์ไม่ได้ทำงานแล้วก็ต้องคืนเนอะ"
"ฮึก แล้วมิลค์จะไปหาที่ไหนมาคืนล่ะคะ"
ฉันทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า ปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมา ชีวิตทำไมพลิกผันได้ขนาดนี้ ตอนแรกก็พยายามเข้มแข็งแต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ
"ไอ้มิลค์แกลุกขึ้นเลย เดี๋ยวฉันคืนแทนแกเอง"
ชิชาประคองฉันให้ลุกขึ้นยืน ฉันหันไปโผเข้ากอดชิชาไว้แน่น ถ้าตอนนี้ไม่มีชิชา ฉันคงไปต่อไม่ถูกจริงๆ
ชิชาจัดการโอนเงินร่วมแสนคืนให้พี่ก้อง แล้วพาฉันออกจากห้องมา
"ฮึก ฮึก ฮืออออ ทำไมชีวิตฉันมันซวยขนาดนี้วะแก ฮือออออ"
พอลงมาถึงลานจอดรถ ฉันทรุดตัวลงไปนั่งที่พื้นข้างรถ แล้วร้องไห้ระบายความรู้สึกออกมา
ถ้าตอนนั้นฉันยังพักที่หอพักเดิม ไม่ย้ายมาตามข้อเสนอของคุณรัศมีและคุณโชค อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ยังมีที่พัก
จะไปหาหอพักใหม่ตอนนี้ฉันก็ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายค่ามัดจำ ค่าประกันต่างๆ
"ทำไมวะ ทำไม!!! ฮึก ฮือออ"
"มิลค์แกใจเย็น ๆ ดิ"
ชิชานั่งลงที่พื้นข้างฉัน ตบไหล่ฉันเบา ๆ เป็นการปลอบประโลม
"โดนตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย ฮึก โดนไล่ออกจากงาน ไม่มีที่อยู่ ฮึก เงินก็ไม่มีใช้ ฮือออออ แก ฉันจะทำยังไงต่อไป"
ฉันหันไปมองหน้าชิชา คว้าเอามือเธอมาบีบ ก้มหน้าลงร้องไห้กับสิ่งที่กำลังเจอ
"มันต้องมีทางออกดิวะ"
"มืดแปดด้านเลยแก ฮืออออ ทำไมชีวิตฉันต้องเจออะไรแบบนี้! ฮือออออ"
ฉันปล่อยน้ำตาร้องไห้โฮ ไม่สนสายตาของคนที่เดินผ่านไปมา จะมีก็แต่ชิชาที่แว้ดใส่คนพวกนั้น
"มองไร ไม่เคยร้องไห้กันไง"
"ยัง ยังจะมองอีก เดี๋ยวแม่ขว้างด้วยร้องเท้า"
ฉันปาดน้ำตาแล้วรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชิชาก็ลุกขึ้นยืนตามฉัน
"โอเคแล้วเหรอวะ"
"ไม่โอเค แต่ถ้าร้องไห้ต่อ แกกับฉันได้โดนกระทืบแน่"
ก็ชิชาเล่นเปรี้ยว แว้ดใส่ทุกคนขนาดนั้น ถ้าพวกนั้นมารุมละก็ มีแต่เละ! กับเละ!
"ไปทำงานกับป้าไหมหนู" เสียงของบุคคลที่3 ดังขึ้น ฉันรีบเช็ดน้ำตาที่หน้าตัวเองแล้วหันไปมองที่ต้นเสียง
หญิงวัยกลางคน ท่าทางผู้ดีพอสมควรเลย เธอยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน ด้านหลังมีชายสวมชุดสูทสีดำยืนอยู่ด้วย
"ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กไหม ฉันให้เงินเดือน สองหมื่น พักที่บ้าน กินข้าวที่บ้านฉันเลย อ้อไม่สิ หนูต้องไปอยู่บ้านลูกชายฉัน กินนอนที่นั่นเลย"
"ฮึก แต่หนูเรียนอยู่นะคะ อีก สองสัปดาห์ก็เปิดเทอมแล้ว หนูคงดูแลเด็กไม่ได้"
"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ช่วงที่หนูไปเรียน ฉันจะเลี้ยงเด็กเอง พอหนูกลับมาหนูก็แวะรับเด็กเข้าบ้านไปด้วย บ้านฉันอยู่ห่างจากบ้านลูกชายฉันแค่นิดเดียว ขอแค่หนูอดทนเลี้ยงเด็กให้ได้ก็พอ"
"ใช้คำว่าอดทนเลยเหรอคะ"
ฉันกะพริบตาถี่ ๆ ถึงขนาดกับต้องอดทนแสดงว่าต้องหนักพอควร
"จ๊ะ งอแงตามประแสเด็ก และความขี้หงุดหงิดของพ่อเขา"
ฉันหันไปมองหน้าชิชาขอความเห็น ยัยนี่ก็ยืนอึ้งอยู่ ไม่ได้ช่วยออกความคิดเห็นอะไรเลย
"ฉันเพิ่มให้ก็ได้นะ เป็นสองหมื่นห้า ค่าเทอมของหนูฉันจ่ายให้ด้วย"
ฉันตาลุกวาวทันที อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าเทอม พอมีเงินไว้ให้กินหรือส่งทางบ้านได้บ้างแหละ
ฉันหันไปยิ้มให้ชิชาก่อนจะหันไปพยักหน้ารัวๆ ตกลงรับงานพี่เลี้ยงเด็กกับคุณคนนี้
"เรียกฉันว่าป้าอรก็ได้นะหนู"
"ค่ะคุณป้าอร หนูชื่อมิลค์ค่ะ"
เราทำความรู้จักกันแลกเบอร์อะไรกันเรียบร้อย คุณป้าอรเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ และอีกหลาย ๆ ที่
ฉันจะเริ่มงานในวันพรุ่งนี้เลย ข้าวของของฉัน คุณป้าอรก็ให้คนขับรถแบกไปไว้ที่บ้านลูกชายเขาเลย พรุ่งนี้ฉันก็ไปแต่ตัว
"ลูกชายป้าอรจะดุเปล่าวะ ฉันว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ อะ ข้อเสนอถึงได้ดีขนาดนี้"
ฉันเอ่ยขึ้นมาเมื่อมาถึงห้องของชิชาแล้ว คืนนี้ฉันจะซุกหัวนอนที่นี่ แต่ลืมเอาเสื้อผ้ามาเลยแหะ ต้องยืมชิชาใส่
"นั่นดิวะ รูปร่างหน้าตาเป็นไงก็ไม่รู้"
ชิชาตอบกลับมา สีหน้าท่าทางชิชาก็ดูกังวลไม่น้อยไปกว่าฉัน
"เอาวะ ลองดู โชคชะตาคงไม่เล่นตลกกับฉันนักหรอก แค่นี้ก็ซวยพอแล้ว"
"เออ ลูกชายป้าอรอาจจะหล่อ ล่ำ ซิกแพคแน่น ตามสเปกแกก็ได้"
"บ้าน่า"
ถึงปากจะตอบไปแบบนั้น แต่ฉันก็แอบจินตนาการไปแล้วว่าหน้าตาอาจจะออกไปทางฝรั่งนิดๆ โอปป้าหน่อยๆ ซิกแพคแน่นๆ กล้ามแขนล่ำๆ มีเส้นเลือดปูดขึ้นพอเซ็กซี่ขยี้ใจ
"ไอ้มิลค์ คิดไรวะ ไปทำงานนะเว้ย"
ชิชาดึงมือฉันที่กำผ้าห่มไว้แน่นอย่างลืมตัว แหม... กำลังเคลิ้มไปกับจินตนาการเลย จะรีบดึงสติฉันทำไมล่ะ ชิชา!
